SYSTEMIC WELLNESS PROGRAM : ฟื้นฟูเซลล์เสื่อมในร่างกายทั้งระบบ

หลีกเลี่ยงไม่ได้กับมลพิษ มลภาวะ อาหารที่เรากิน ความเครียด การใช้ชีวิตในปัจจุบัน อายุที่มากขึ้น รวมทั้งกรรมพันธุ์ ล้วนแล้วแต่มีความเสี่ยงอย่างมากกับโรคร้ายแรงนานาชนิดที่จะเกิดขึ้นกับเราได้ตลอดเวลา

ปัจจุบันการนำการแพทย์แบบบูรณาการโดยใช้วิธีธรรมชาติเข้ามาเพื่อฟื้นฟูร่างกายจากภาวะเซลล์เสื่อม หรือเรียกว่าภาวะถดถอยของร่างกาย ดังนั้นการซ่อมแซมระบบที่เกิดภาวะเสื่อมในร่างกาย จึงเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาระดับต้นๆ กลุ่มคนที่เริ่มมีภาวะเสี่ยง หรือมีปัญหาสุขภาพ เช่น โรคหลอดเลือด โรคหัวใจ เบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ภูมิแพ้ สะเก็ดเงิน รูมาตอยด์ กระดูกเสื่อม ไตวาย ความพิการทางสมอง พาร์กินสัน อัลไซเมอร์ โรคความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ วัยทอง ธาลัสซีเมีย อ่อนเพลียง่าย ปัญหาsex กลุ่มเหล่านี้ควรได้รับการฟื้นฟู เป็นต้น

การเตรียมตัวก่อนเข้าโปรแกรมบำบัดฟื้นฟูร่างกายภายใน

ตรวจร่างกาย และพบแพทย์

ตรวจร่างกายและพบแพทย์ เพื่อประเมินสภาวะร่างกายของท่าน และจัดโปรแกรมที่เหมาะสมเฉพาะแต่ละบุคคล

เตรียมความพร้อมด้านสุขภาพ

ด้วยความแตกต่างของการดำเนินชีวิตและสภาพปัญหาที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคล การเตรียมความพร้อมของร่างกายก่อนเข้ารับการบำบัดฟื้นฟู จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

เริ่มเข้าสู่โปรแกรม

ขั้นตอนที่ 1 ฟื้นฟูหลอดเลือดโดยคีเลชั่น Chelation Therapy

คีเลชั่น คือ การให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ (ให้น้ำเกลือ) ที่มีสารประกอบประเภทกรดอะมิโน ที่เรียกว่า EDTA ผสมกับวิตามินและแร่ธาตุ ซึ่ง EDTA ทำหน้าที่สำคัญในการจับสารโลหะหนัก เช่น ตะกั่ว ปรอท สารหนู หรือแม้แต่แคลเซียมส่วนเกิน ซึ่งสะสมตกค้างในเนื้อเยื่อ และพอกอยู่ตามผนังหลอดเลือดของเรา เป็นอันตรายต่อผนังเซลล์และผนังหลอดเลือด เพื่อขจัดออกจากร่างกายทางระบบปัสสาวะขับถ่าย ช่วยรักษาอาการอักเสบของหลอดเลือด ส่งผลให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น สำหรับคนที่มีหลอดเลือดหัวใจตีบและแข็ง สามารถหลีกเลี่ยงการผ่าตัดบายพาสได้ถึง 85% ทำให้หลอดเลือดมีความยืดหยุ่นและขยายตัวเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยลดปริมาณการเกิดอนุมูลอิสระ และการเกาะตัวของคอเลสเตอรอลที่ผนังหลอดเลือด รวมไปถึงลดอาการของกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดไปหล่อเลี้ยง ทำให้สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงและสดชื่นขึ้น

ระยะเวลาในการทำ ประมาณ 1-2 ชั่วโมง ระหว่างที่ทำ สามารถพักผ่อน ดูโทรทัศน์ รับประทานอาหารว่าง อ่านหนังสือหรือฟังเพลงได้ตามปกติธรรมดา ภายหลังจากการเสร็จการรักษาสามารถประกอบกิจกรรมได้ตามปกติ ไม่จำเป็นต้องนอนพัก

ประโยชน์ที่ได้รับจากการทำคีเลชั่น

  1. ขจัดสารพิษตกค้างในร่างกายและระบบหลอดเลือด
  2. ลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง
  3. ทำให้ระบบการไหลเวียนโลหิตดีขึ้น
  4. ลดอัตราเสี่ยงของหลอดเลือดแข็งอุดตันและตีบแคบทั้งในสมองและหัวใจ ลดระดับไขมันในเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจขาดเลือด
  5. ป้องกันโรคความเสื่อมต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากระบบหมุนเวียนที่ไม่ดี
  6. ช่วยแก้ไขและบรรเทาอาการ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โลหะหนักเป็นพิษ ปวดศีรษะบ่อย โรคอันเกิดจากระบบการไหลเวียน และภาวะการเจ็บป่วยเรื้อรัง
  7. ลดอาการอักเสบของผิวหนัง
  8. บรรเทาอาการอัลไซเมอร์ ช่วยให้สมองแจ่มใส และมีความจำดีขึ้น
  9. ฟื้นฟูสมรรถภาพทางเพศ ช่วยให้อาการอ่อนเพลียเรื้อรังหายไป
  10. ช่วยให้ประสาทการรับรู้ต่างๆ ดีขึ้น
  11. ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการอุดตันของหลอดเลือด เช่น อุดฟันด้วยโลหะ อมัลกัม มีไขมันในเส้นเลือดสูง มี oxidative stress (ระดับอนุมูลอิสระสูง) เช่น ดื่มชา กาแฟ แอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ หรือคนในบ้านในที่ทำงานสูบ ฯลฯ
  12. ผู้ที่มีปัญหาพิษโลหะสะสมและปัญหาสารพิษอื่นๆ สะสมในร่างกาย
  13. ผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอ การไหลเวียนเลือดบกพร่อง มีอาการ เช่น เวียนหัวง่าย ฯลฯ
  14. ผู้ที่มีปัญหาโรคความดันโลหิตสูง เนื่องจากหลอดเลือดไม่ยืดหยุ่น
  15. ผู้ที่แข็งแรงดี แต่ต้องการป้องกันตนเองจากโรคมะเร็งและโรคเส้นเลือดตีบตัน
  16. รวมทั้งต้องการกำจัดสารพิษและโลหะหนักออกจากตัว และต้องการรักษาสภาพของเส้นเลือดทั่วตัว ไม่ให้เกิดการอุดตันในอนาคต
  17. ผู้ที่ไปทำบอลลูนเส้นเลือด ใส่ขดลวด ทำบายพาสมาแล้ว เพราะจะเกิดการอุดตันใหม่เกิดขึ้น ซึ่งการทำคีเลชั่นจะลดปัญหาเหล่านั้นได้
  18. ช่วยสร้างเอ็นไซม์ชนิดต่างๆ หลายชนิดในร่างกายที่ช่วยตับในการกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย
  19. ป้องกันตับจากสารพิษ ยา สารเคมี หรือแอลกอฮอล์
  20. ช่วยให้ตับฟื้นตัวเร็วขึ้น เร่งการขับสารพิษตกค้างในร่างกาย ปกป้องตับจากการทำเคมีบำบัดในผู้ป่วยมะเร็ง
  21. เพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) ที่ช่วยต่อต้านการทำลายเซลล์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเซลล์ตับไม่ให้ถูกทำลายจากอนุมูลอิสระ
  22. ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง สามารถต่อต้านเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม บรรเทาความรุนแรงของหวัด หรืออาการภูมิแพ้
  23. ช่วยให้ร่างกายสามารถรีไซเคิลสารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่นๆ กลับมาใช้ได้ใหม่ เช่น วิตามินซี
  24. ช่วยลดการสะสมของไขมันที่ตับ และลดการเกาะตัวของไขมันที่ผนังหลอดเลือด
  25. ช่วยป้องกันและต่อสู้กับโรคมะเร็ง ช่วยในการซ่อมแซมเซลล์ และคืนความสดชื่นให้กับเซลล์ทั่วร่างกาย
  26. ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของเนื้อเยื่อในร่างกาย โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับผิวหนัง คอลลาเจน อิลาสติน เส้นเอ็น และความแข็งแรงยืดหยุ่นของหลอดเลือด

Chelation เหมาะกับใคร

  1. ผู้ที่มีพิษโลหะสะสมและปัญหาสารพิษอื่นๆ สะสมในร่างกาย
  2. ผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอ การไหลเวียนเลือดบกพร่อง เวียนหัวง่าย ความดันโลหิตสูง ผู้ที่ไปทำบอลลูนเส้นเลือด, ใส่ขดลวด ,ทำบายพาส มาแล้ว เนื่องจากจะเกิดการอุดตันใหม่อีก จึงควรป้องกันไว้ก่อน
  3. ผู้ที่แข็งแรงดี แต่ต้องการป้องกัน และลดโอกาสเสี่ยงจากโรคมะเร็ง , เส้นเลือดตีบตัน กำจัดสารพิษและโลหะหนักออก เป็นต้น

หลังทำ Chelation ต้องปฏิบัติตัวอย่างไรบ้าง

ทานอาหารที่มีประโยชน์ ปรุงใหม่ ไม่เจือสี , ดื่มน้ำอย่างน้อย 2 ลิตร/วัน , พักผ่อนให้เพียงพอ , ออกกำลังกายสม่ำเสมอ , หลีกเลี่ยงภาวะเครียด , หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ และบุหรี่

ข้อแนะนำ หลังทำ Chelation

ระยะแรกบางท่านอาจมีอาการอ่อนเพลีย อันเนื่องจากกระบวนการขับสารพิษออกจากร่างกายจึงควรพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำ และรับประทานอาหาร ผลไม้ครบถ้วน เนื่องจากการขับของเสียส่วนใหญ่ออกมาทางปัสสะวะ จึงเป็นเหตุให้ไตทำงานมากขึ้น ดังนั้นผู้ที่มีภาวะเสี่ยง เช่น ผู้มีภาวะโรคไตเรื้อรัง , สตรีมีครรภ์ ไตวายเฉียบพลัน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำการบำบัด

ขั้นตอนที่ 2  ฟื้นฟูและบำบัดภาวะเสื่อมถอยของร่างกายด้วยกระบวนการ Cell ซ่อม Cell

ฟื้นฟูและบำบัดภาวะเสื่อมถอยของร่างกาย ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากหลังจากฟื้นฟูระบบแล้ว ร่างกายจะค่อยๆฟื้นฟูขึ้น แข็งแรงขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นทั้งภายในและภายนอก และมีความสุขขึ้นอย่างเห็นได้ชัด