ADVANCE MULTI–CHELATION : การฟื้นฟูหลอดเลือด ล้างสารพิษ สารโลหะหนักในเลือด

คีเลชั่น คือ กระบวนการรักษาพิษโลหะหนักในร่างกาย โดยใช้กรดอะมิโน ชื่อ EDTA ผสมกับวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ซึ่ง EDTA จะทำหน้าที่ในการจับสารโลหะหนักด้วยการไปยึดเหนี่ยวโมเลกุลของโลหะหนัก เช่น สารตะกั่ว สารปรอท สารหนู หรือแม้แต่แคลเซียมส่วนเกิน ซึ่งสะสมตกค้างในเนื้อเยื่อและพอกอยู่ตามผนังหลอดเลือด ให้ขับออกไปจากร่างกายทางปัสสาวะ ซึ่งสารเหล่านี้เข้าสู่ร่างกายโดยผ่านหลายช่องทาง ทั้งจากอาหาร เครื่องสำอาง สภาวะแวดล้อมที่เป็นพิษ การอุดฟัน เป็นต้น

ระยะเวลาในการทำคีเลชั่น   :  ประมาณ 1- 1.5 ชั่วโมง และระหว่างที่ทำ สามารถนอนพักผ่อน ดูทีวี ฟังเพลง หรืออ่านหนังสือ ได้ตามปกติ ภายหลังเสร็จการรักษาสามารถประกอบกิจกรรมต่างๆได้ในชีวิตประจำวันได้เหมือนเดิม

ผู้ที่เหมาะในการทำคีเลชั่น

  1. ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการอุดตันของหลอดเลือด เช่น อุดฟันด้วยโลหะอมัลกัม ทาลิปสติกทุกวัน มีไขมันในเส้นเลือดสูง มี Oxidative Stress ( ระดับอนุมูลอิสระสูง ) เช่น ดื่มชา กาแฟ แอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ หรือ คนใกล้ตัวสูบบุหรี่
  2. ผู้มีปัญหาพิษโลหะสะสม และปัญหาสารพิษอื่นๆสะสมในร่างกาย
  3. ผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอ การไหลเวียนเลือดบกพร่อง มีอาการเวียนหัวง่ายๆ ฯลฯ
  4. ผู้ที่มีปัญหาโรคความดันโลหิตสูง เนื่องจากหลอดเลือดไม่ยืดหยุ่น
  5. ผู้ที่แข็งแรงดี แต่ต้องการป้องกันตนเองจากโรคมะเร็ง และโรคเส้นเลือดตีบตัน รวมทั้งต้องการกำจัดสารพิษ และโลหะหนักออกจากร่างกาย และต้องการรักษาสภาพของเส้นเลือดทั่วตัวใม่ให้เกิดการอุดตันในอนาคต
  6. ผู้ที่ไปทำบอลลูนเส้นเลือด ใส่ขดลวด ทำบายพาสมาแล้ว เพราะจะเกิดการอุดตันใหม่ได้อีก การทำคีเลชั่นจะป้องกันและช่วยลดปัญหาเหล่านั้นได้

ผลลัพธ์โดยตรงหลังจากที่ทำคีเลชั่นบำบัด

  • กำจัดตะกรันของแคลเซียม โลหะหนักและหยุดยั้งกระบวนการทำงานของเอ็นไซม์บางชนิด เช่น เอนไซม์ชนิดที่ควบคุมการรวมตัวระหว่างออกซิเจนกับไขมัน ( Lipid per-oxidation )
  • ขจัดสารพิษตกค้างในร่างกายและระบบหลอดเลือด
  • ลดอัตราเสี่ยงของหลอดเลือดแข็งอุดตันและตีบแคบ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคความดันโลหิตสูง และ โรคหัวใจขาดเลือด
  • ป้องกันโรคความเสื่อมต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากระบบหมุนเวียนเลือดที่ไม่ดี
  • ลดอัตราการเกิดมะเร็งลงได้ 90% ( Blumer&Reich 1980)
  • รักษาโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันได้ผล 87%- 89% ( Chappell and Stahl 1993 ) , รักษาโรคการไหลเวียนเลือดส่วนปลายอุดตันได้ผล 91% โดยได้ทำการวิเคราะห์ จากงานวิจัย 19 ชิ้นรวมเป็นจำนวนผู้ป่วยในการวิจัย 22,675 คน
  • ผู้ป่วยโรคผิวหนังแข็ง โรคปวดข้อรูมาตอยด์มีอาการดีขึ้น
  • โรคความดันโลหิตสูง เบาหวานดีขึ้น โรคไตดีขึ้น อาการอ่อนเพลียดีขึ้น ไขมันในเลือดลดลง
  • Hancke and Flytlie 1993 สรุปผลการวิจัยพบว่า ผู้ป่วยที่เส้นเลือดอุดตันที่หมอนัดทำ bypass และนัดตัดขาทิ้ง แล้วมาทำคีเลชั่น จำนวน 92 ราย ยกเลิกการผ่าตัดไปได้มากถึง 89%
  • พบว่าคีเลชั่นทำให้มวลกระดูกหนาขึ้น เชื่อว่าเกิดจากการที่แคลเซียมออกมาในกระแสเลือด จึงไปกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนพาราทัยรอยด์ ซึ่งทำหน้าที่ดึงแคลเซียมที่อยู่ในกระแสเลือดให้เข้าไปสร้างกระดูก

ประสิทธิภาพสูงสุด  :  อาทิตย์ละครั้ง / ทำต่อเนื่องอย่างน้อย 10 ครั้ง เริ่มต้นเห็นผลชัดเจน